04

Jul

คอร์สอบรม Google Analytics – Intensive Analytics

การเรียนรู้แต่วิธีการทำ Digital Marketing ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Adwords หรือ Line แต่ไม่รู้วิธีการวัดผลที่ถูกต้องนั้น ย่อมทำให้เราไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรที่ทำไปแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี อะไรที่ทำไปแล้วไม่เกิดผล ค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งเป็นส่ิงที่ไม่ควรเกิดขึ้นในโลกของ Digital Marketing ที่มีตัวเลขวัดผลได้อีกแล้ว เพราะเมื่อวัดผลไม่ได้ก็ย่อมไม่สามารถที่จะหาทางปรับปรุงแก้ไขได้ คอร์สนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้การวัดผล Digital Marketing  และพฤติกรรมการเข้าใช้งานเว็บไซต์ด้วย Google Analytics ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดผลที่ทุกเว็บไซต์ควรต้องมี!
คอร์สนี้เริ่มจากการปรับพื้นฐานผู้อบรมให้เข้าใจ Google Analytics อย่างแท้จริง รู้จักวิธีการวัดผลที่ถูกต้อง รวมไปถึงวิธีการวิเคราะห์รีพอร์ทอย่างเป็นระบบ ค้นหาข้อมูล customer insight เพื่อนำมาใช้กำหนดกลยุทธ์ และช่วยทำให้การตัดสินใจต่างๆ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น คอร์สนี้เป็นคอร์สที่ได้รับการยอมรับจากบริษัทชั้นนำทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้เปิดสอน in-house ให้กับบุคลากรในฝ่าย Digital Marketing เช่น ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีเอ็นเอส รีเสิร์ช อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) บริษัท แทนเจอรีน จำกัด (Tangerine Co.,Ltd.) Google Partner ในประเทศไทยที่ให้บริการด้าน GSA (Google Search Appliance) และ Google Mapบริษัท บุญถาวรเซรามิค จำกัด และ บริษัท serendipity เจ้าของลิขสิทธ์หนังสือ VOGUE และ GQ Thailand เป็นต้น

วัน-เวลาเรียน
ครั้งที่ 23 วันเสาร์ที่ 15 ก.ค. 2560 เวลา 9.00-16.30 ที่ SilomSpace

รายละเอียดคอร์ส Intensive Analytics
คอร์ส Outline
ประวัติผู้สอน

สถานที่อบรม
SilomSpace แผนที่ SilomSpace
*แนะนำให้มารถไฟฟ้าลงสถานีศาลาแดง
*หากต้องการนำรถมาสามารถจอดที่ตึก liberty เสียค่าจอดเหมา 100 บาท/วัน (จอดได้ถึง 17.00 น)

ค่าอบรม
5,500 บาท/ท่าน
* กรุณาโทรสำรองที่ก่อนชำระเงิน
** ค่าอบรมรวมอาหารว่าง เช้า-บ่าย ไม่รวมอาหารกลางวัน
*** ทางสถานที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ กรุณานำแลปท็อปส่วนตัวมาหากต้องการใช้งาน

การชำระเงิน
ชำระล่วงหน้าก่อนเข้าอบรม 15 วัน (*ให้สิทธ์ตามลำดับการชำระ)
โอนเงินเข้าบัญชี
นายพรเทพ เขตร์รัมย์
ธนาคารกรุงเทพ
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 054-0-28875-0

หากชำระแล้วรบกวนแจ้งชื่อ พร้อมส่งเอกสารชำระเงินผ่านทาง Line ตามแอคเคาท์ด้านล่างนี้

Line@ : @pornthep
Line ID : pornthep.khetrum
Mobile : 085-111-0028

เครดิต : googleanalyticsthailand

การสำรองข้อมูลโดยใช้บริการ cloud คือการนำข้อมูลไปฝากไว้กับผู้ให้บริการออนไลน์ที่ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูล ข้อดีคือข้อมูลที่อยู่บน cloud สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (เช่น โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต) อีกทั้งในบางบริการสามารถเก็บไฟล์ไว้หลายเวอร์ชัน ทำให้สามารถกู้คืนไฟล์ที่แก้ไขผิดพลาดหรือถูกลบแบบไม่ตั้งใจได้ ข้อเสียของการสำรองข้อมูลด้วยวิธีนี้คือมีโอกาสที่ข้อมูลอาจรั่วไหลได้

19

Jun

การสำรองข้อมูลแบบออนไลน์โดยใช้บริการ Cloud

การสำรองข้อมูลแบบออนไลน์โดยใช้บริการ Cloud

การสำรองข้อมูลโดยใช้บริการ cloud คือการนำข้อมูลไปฝากไว้กับผู้ให้บริการออนไลน์ที่ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูล ข้อดีคือข้อมูลที่อยู่บน cloud สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (เช่น โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต) อีกทั้งในบางบริการสามารถเก็บไฟล์ไว้หลายเวอร์ชัน ทำให้สามารถกู้คืนไฟล์ที่แก้ไขผิดพลาดหรือถูกลบแบบไม่ตั้งใจได้ ข้อเสียของการสำรองข้อมูลด้วยวิธีนี้คือมีโอกาสที่ข้อมูลอาจรั่วไหลได้

การสำรองข้อมูลผ่าน cloud ทำได้ทั้งการอัปโหลดไฟล์ผ่านหน้าเว็บไซต์ หรือการติดตั้งโปรแกรมเฉพาะไว้ที่เครื่องเพื่อให้ดาวน์โหลดหรืออัปโหลดไฟล์โดยอัตโนมัติ ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างการสำรองและกู้คืนข้อมูลผ่านบริการ cloud ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Microsoft OneDrive, Google Drive และ Dropbox

การดาวน์โหลด ติดตั้ง และใช้งานบริการ Cloud

เนื่องจากวิธีติดตั้งและใช้งานโปรแกรมอาจมีความเปลี่ยนแปลงหากผู้พัฒนามีการอัปเดตเวอร์ชัน เพราะฉะนั้นบทความนี้จะไม่ขออธิบายในรายละเอียดเหล่านั้น โดยผู้ใช้สามารถศึกษาวิธีดาวน์โหลด ติดตั้ง และใช้งานบริการ cloud ได้จากเว็บไซต์ของผู้พัฒนา ดังนี้

  • Microsoft OneDrive มีติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 10 อยู่แล้ว แต่หากใช้งาน Windows เวอร์ชันเก่าหรือถอนการติดตั้งออกไปแล้ว สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งใหม่และศึกษาวิธีใช้งานได้จาก https://onedrive.live.com/about/th-TH/download/
  • Google Drive สามารถดาวน์โหลดและศึกษาวิธีใช้งานได้จาก https://support.google.com/drive/answer/2374987?hl=th
  • Dropbox สามารถดาวน์โหลดและศึกษาวิธีใช้งานได้จาก https://www.dropbox.com/help/desktop-web/download-dropbox

การกู้คืนข้อมูลเวอร์ชันก่อนหน้า

หากเผลอแก้ไขไฟล์ ลบไฟล์โดยไม่ตั้งใจ หรือติดมัลแวร์ทำลายไฟล์ ผู้ใช้สามารถกู้คืนไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการกู้คืนไฟล์อาจมีจำกัด เนื่องจากผู้ให้บริการบางราย เช่น Dropbox จะเก็บไฟล์เวอร์ชันย้อนหลังไว้ไม่เกิน 1 เดือน รายละเอียดวิธีการกู้คืนไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้า สามารถทำได้ดังนี้

Microsoft OneDrive

  1. ล็อกอินเข้าเว็บไซต์ https://onedrive.live.com
  2. ในหน้าจอแสดงรายการไฟล์ คลิกขวาไฟล์ที่ต้องการเรียกดูเวอร์ชันก่อนหน้า จากนั้นเลือกเมนู Version History
  3. คลิกเลือกเวอร์ชันของไฟล์ที่ต้องการกู้คืน จากนั้นเลือกเมนู Restore

Google Drive

  1. ล็อกอินเข้าเว็บไซต์ https://drive.google.com
  2. ในหน้าจอแสดงรายการไฟล์ คลิกขวาไฟล์ที่ต้องการเรียกดูเวอร์ชันก่อนหน้า จากนั้นเลือกเมนู Manage versions..
  3. ในหน้าจอแสดงรายการไฟล์ คลิกเลือกเวอร์ชันของไฟล์ที่ต้องการกู้คืน จากนั้นคลิกที่ปุ่ม More actions (จุดไข่ปลาแนวตั้ง) แล้วเลือก Download

Dropbox

การกู้คืนทีละไฟล์

  1. ล็อกอินเข้าเว็บไซต์ https://www.dropbox.com
  2. ในหน้าจอแสดงรายการไฟล์ คลิกปุ่มสัญลักษณ์ 3 จุด เลือกเมนู Version history
  3. เลือกเวอร์ชันของไฟล์ที่ต้องการเรียกดูเวอร์ชันก่อนหน้า จากนั้นคลิกปุ่ม Restore

การกู้คืนไฟล์จำนวนมากในคราวเดียว

Dropbox มีบริการช่วยเหลือสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการกู้คืนไฟล์จำนวนมากในคราวเดียว (เช่น เครื่องติดมัลแวร์เรียกค่าไถ่แล้วไฟล์ที่อัปโหลดขึ้นไป Dropbox ถูกเข้ารหัสลับ) สามารถแจ้งทีมช่วยเหลือของ Dropbox เพื่อให้ช่วยกู้คืนไฟล์ได้โดยไม่เสียค่าบริการ แต่อาจมีระยะเวลาในการดำเนินงาน การขอความช่วยเหลือสามารถทำได้โดย

  1. ล็อกอินเข้าหน้าเว็บไซต์ https://www.dropbox.com/support/
  2. เลือกประเภทบัญชีที่ใช้งาน Dropbox โดย Basic คือสำหรับผู้ใช้ฟรี
  3. ในหน้าจอขอความช่วยเหลือ เลือกหัวข้อ File recovery#
  4. เลือก Undo a large number of changes to files and folders
  5. เลือก Revert my Dropbo back to dae and time เพื่อย้อนข้อมูลทั้งหมดใน Dropbox กลับไปยังวันเวลาที่กำหนด แต่หากต้องการย้อนคืนเฉพาะบางไฟล์หรือบางโฟลเดอร์ Undo a large number of changes to files and folders
  6. กรอกข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ เช่น อุปกรณ์ที่ประสบปัญหาในการใช้งาน Dropbox และสาเหตุที่ต้องการกู้คืนข้อมูล (ถ้าติดมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ใส่ช่อง Subject เป็น Ransomware)
  7. คลิกปุ่ม Submit เพื่อส่งคำขอความช่วยเหลือไปยังทีมงาน Dropbox จากนั้นรอการตอบกลับทางอีเมล

ข้อแนะนำในการเข้ารหัสลับไฟล์ข้อมูลก่อนนำขึ้น cloud

ผู้ใช้ควรพิจารณาก่อนนำข้อมูลใดๆ ที่เป็นความลับส่งขึ้น cloud เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหล เช่น รหัสผ่านสำหรับล็อกอินเข้าใช้งานหลุดรั่ว หรือผู้ให้บริการ cloud ถูกเจาะระบบ

เพื่อป้องกันความเสี่ยง หากต้องการอัปโหลดไฟล์ขึ้น cloud ควรเข้ารหัสลับข้อมูลในไฟล์ ซึ่งสามารถทำได้โดย

  • ใช้ความสามารถเข้ารหัสลับไฟล์ข้อมูลเอกสาร ปัจจุบันซอฟต์แวร์ office เช่น Microsoft Office หรือ LibreOffice มีความสามารถในการเข้ารหัสลับข้อมูลในไฟล์อยู่แล้ว โดยสามารถตั้งรหัสผ่านได้จากหน้าจอบันทึกไฟล์
  • บีบอัดไฟล์แล้วใส่รหัสผ่าน โดยอาจใช้โปรแกรม เช่น 7-Zip เพื่อช่วยในการเข้ารหัสลับไฟล์ได้
  • ใช้บริการเข้ารหัสลับไฟล์ข้อมูลอัตโนมัติก่อนส่งขึ้น cloud โดยปัจจุบันมีผู้พัฒนาเครื่องมือให้สามารถใช้งานในลักษณะนี้ได้ เช่น Boxcryptor เป็นต้น โดยอาจมีค่าใช้จ่ายหากต้องการความสามารถที่เพิ่มขึ้น

ผู้เขียน: เสฏฐวุฒิ แสนนาม และ ณัฐโชติ ดุสิตานนท์
วันที่เผยแพร่: 1 มิถุนายน 2560
เครดิต: thaicert.or.th

ในหลายๆ ครั้ง ข้อมูลในคอมพิวเตอร์นั้นมีมูลค่ามหาศาล หากข้อมูลเหล่านั้นได้รับความเสียหาย ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการทำธุรกิจได้ โอกาสที่ข้อมูลจะสูญหายสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องติดมัลแวร์ ฮาร์ดดิสก์ชำรุด หรือแม้กระทั่งผู้ใช้เผลอแก้ไขหรือลบไฟล์โดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น การมีข้อมูลสำรองไว้ก่อนเกิดเหตุก็จะช่วยลดความเสียหายได้มาก

19

Jun

ข้อแนะนำวิธีสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันมัลแวร์เรียกค่าไถ่หรือข้อมูลสูญหาย

ความสำคัญของการสำรองข้อมูล

ในหลายๆ ครั้ง ข้อมูลในคอมพิวเตอร์นั้นมีมูลค่ามหาศาล หากข้อมูลเหล่านั้นได้รับความเสียหาย ก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการทำธุรกิจได้ โอกาสที่ข้อมูลจะสูญหายสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องติดมัลแวร์ ฮาร์ดดิสก์ชำรุด หรือแม้กระทั่งผู้ใช้เผลอแก้ไขหรือลบไฟล์โดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น การมีข้อมูลสำรองไว้ก่อนเกิดเหตุก็จะช่วยลดความเสียหายได้มาก

การสำรองข้อมูลสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการคัดลอกข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์สำรอง การอัปโหลดข้อมูลไปเก็บไว้กับผู้ให้บริการ cloud หรือแม้กระทั่งการซื้อบริการสำรองข้อมูลสำหรับใช้ในหน่วยงานโดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละวิธีการก็มีข้อดีข้อเสียและค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน

บทความนี้เป็นข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในการสำรองข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows และวิธีการกู้คืนข้อมูล โดยจะแนะนำการใช้ File History ซึ่งเป็นความสามารถในการสำรองข้อมูลอัตโนมัติของ Windows เวอร์ชันใหม่ๆ และการสำรองข้อมูลไว้กับผู้ให้บริการ cloud ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Microsoft OneDrive, Google Drive และ Dropbox

การสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์โดยใช้ File History

ตั้งแต่ Windows 8 เป็นต้นไป Microsoft ได้เพิ่มคุณสมบัติ File History เข้ามาเพื่อช่วยในการสำรองและกู้คืนข้อมูล โดยสามารถตั้งค่าให้สำรองข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์แบบเชื่อมต่อภายนอก (external hard disk) หรือ ไดรฟ์ในเครือข่าย (network drive) ได้แบบอัตโนมัติ

File History นอกจากจะช่วยในการสำรองและกู้คืนข้อมูลแล้ว ยังสามารถเก็บเวอร์ชันของไฟล์เพื่อย้อนกลับไปใช้งานไฟล์เวอร์ชันก่อนหน้าที่จะถูกแก้ไขหรือถูกลบได้ (ความสามารถคล้ายกับ Time Machine ของ macOS)

บทความนี้จะแนะนำวิธีใช้งาน File History ใน Windows 10 ในการสำรองข้อและกู้คืนข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์แบบเชื่อมต่อภายนอก

วิธีเปิดใช้งาน File History

  1. เชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์แบบเชื่อมต่อภายนอกเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยควรเป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีพื้นที่ว่างมากพอสำหรับใช้สำรองข้อมูลhttps://www.thaicert.or.th/papers/images/pa2017ge002-01.png
  2. คลิกที่ปุ่ม Windows พิมพ์คำว่า Backup จากนั้นคลิกที่โปรแกรม Backup settings
  3. ในหน้าต่าง Back up using File History คลิกปุ่ม Add a drive จากนั้นเลือกฮาร์ดดิสก์ที่จะใช้สำรองข้อมูล (เลือกได้เฉพาะฮาร์ดดิสก์แบบเชื่อมต่อภายนอก ไม่สามารถสำรองข้อมูลลงในฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้)
  4. ระบบจะเริ่มทำการสำรองข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ ค่าเริ่มต้นของข้อมูลที่ถูกสำรองจะเป็นข้อมูลที่อยู่ในโฟลเดอร์ Home ของผู้ใช้ (เช่น Documents, Download, Pictures) หากต้องการเพิ่มหรือนำบางโฟลเดอร์ออกจากการสำรองข้อมูล คลิกที่ตัวเลือก More options
  5. ที่หน้าจอ Backup options สามารถตั้งค่าการสำรองข้อมูลได้ดังนี้
    1. Back up my files กำหนดความถี่ในการสำรองข้อมูล เลือกได้ตั้งแต่สำรองข้อมูลทุกๆ 10 นาที ไปจนถึงสำรองข้อมูลวันละครั้ง (ค่าเริ่มต้นเป็นการสำรองข้อมูลทุกชั่วโมง)
    2. Keep my backups เลือกว่าข้อมูลที่เก่าเกินระยะเวลานานเท่าใดถึงจะถูกลบทิ้ง ค่าเริ่มต้นคือไม่มีการลบทิ้ง (Forever) หากฮาร์ดดิสก์เต็มผู้ใช้ต้องลบข้อมูลทิ้งด้วยตนเอง หากต้องการให้ลบข้อมูลเก่าโดยอัตโนมัติเมื่อฮาร์ดดิสก์ใกล้เต็ม สามารถเปลี่ยนการตั้งค่าตรงนี้เป็น Until space is needed
    3. Back up these folders เลือกได้ว่าจะเพิ่มหรือนำโฟลเดอร์ใดออกจากการสำรองข้อมูล หากมีโฟลเดอร์ใดที่ไม่ต้องการสำรองข้อมูล ให้คลิกที่โฟลเดอร์นั้นแล้วเลือก Remove
  6. หากระบบยังไม่เริ่มสำรองข้อมูล หรือต้องการสั่งให้เริ่มสำรองข้อมูล ณ ขณะนั้น สามารถคลิกที่ปุ่ม Back up now เพื่อเริ่มดำเนินการ
  7. ข้อมูลที่ถูกสำรองไว้ จะอยู่ในโฟลเดอร์ FileHistory ในฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เก็บข้อมูล

วิธีกู้คืนข้อมูลที่สำรองไว้

  1. เชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูลที่สำรองไว้
  2. คลิกที่ปุ่ม Windows พิมพ์คำว่า File History จากนั้นคลิกที่โปรแกรม Restore your files with File History
  3. ที่หน้าจอโปรแกรม File History จะปรากฏรายการข้อมูลที่สำรองไว้ โดยแสดงตามวันเวลาที่ข้อมูลถูกสำรอง สามารถกดย้อนกลับเพื่อดูข้อมูลย้อนหลังได้
  4. การกู้คืนข้อมูล ทำได้โดยคลิกที่ปุ่มวงกลมลูกศรสีเขียว โดยสามารถเลือกได้ว่าจะกู้คืนข้อมูลทั้งโฟลเดอร์หรือกู้คืนเฉพาะบางไฟล์ที่ต้องการ สามารถดูตัวอย่างไฟล์ก่อนกู้คืนได้

การใช้ BitLocker เพื่อเข้ารหัสลับฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูล

เนื่องจากไฟล์ที่ถูกเก็บสำรองไว้ในฮาร์ดดิสก์แบบเชื่อมต่อภายนอกอาจมีข้อมูลที่เป็นความลับอยู่ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาข้อมูลรั่วไหลหากฮาร์ดดิสก์สูญหายหรือถูกขโมย หนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยได้คือการเข้ารหัสลับข้อมูลในฮาร์ดดิสก์โดยใช้ BitLocker ซึ่งทำได้โดย

  1. คลิกขวาที่ไอคอนฮาร์ดดิสก์ที่เก็บสำรองข้อมูล เลือกเมนู Turn on BitLocker
  2. ที่หน้าจอ BitLocker Drive Encryption สามารถตั้งรหัสผ่านสำหรับใช้ปลดล็อกฮาร์ดดิสก์ได้ ซึ่งต้องใส่รหัสผ่านนี้ทุกครั้งที่มีการเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ข้างใน
    หมายเหตุ: ความสามารถในการเข้ารหัสลับข้อมูลด้วย BitLocker ไม่มีใน Windows 10 เวอร์ชัน Home หากต้องการเข้ารหัสลับข้อมูลอาจต้องใช้เครื่องมืออื่นช่วย เช่น VeraCrypt

ข้อแนะนำและข้อควรระวังในการสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์

  • หากลักษณะการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการแก้ไขไฟล์เอกสารอย่างสม่ำเสมอ ควรตั้งค่าความถี่ในการสำรองข้อมูลให้บ่อยที่สุด เพื่อที่จะสามารถกู้คืนไฟล์ข้อมูลเวอร์ชันล่าสุดได้หากระบบเกิดปัญหา
  • หลังการสำรองข้อมูลเสร็จสิ้น ควรทดสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่สำรองไว้สามารถนำมากู้กลับคืนได้จริง
  • การสำรองข้อมูลด้วยวิธีนี้ มีความเสี่ยงหากเครื่องคอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์ ข้อมูลที่อยู่ในฮาร์ดดิสก์สำรองอาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนนำฮาร์ดดิสก์มาเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หากมีข้อมูลที่สำคัญมากๆ อาจพิจารณาสำรองข้อมูลไว้มากกว่า 1 ชุด

ผู้เขียน: เสฏฐวุฒิ แสนนาม และ ณัฐโชติ ดุสิตานนท์
วันที่เผยแพร่: 1 มิถุนายน 2560
เครดิต: thaicert.or.th

13

Jun

ทำไมเราถึงต้องเลือกใช้ Tablet !!!

ในยุคสมัยแบบนี้ใครๆก็ต้องการความสะดวกสบายกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามการทำงานก็เช่นกัน จะมาให้หิ้วโน้ตบุ๊คหนักๆไปทำงานนอกสถานที่ไกลๆมันก็คงจะไม่เหมาะ หรือจะทำงานผ่านสมาร์ทโฟนคิดว่าหน้าจอก็คงจะเล็กไปนะ ทำงานก็คงจะไม่ค่อยถนัดซักเท่าไรใช่ม่ะ สมัยนี้ Tablet เค้าออกแบบมาให้น้ำหนักเบา หน้าจอใหญ่ ประสิทธิภาพดีเยี่ยม พร้อมรองรับอุปกรณ์ต่อพวง อาทิ flash drive, keyboard เป็นต้น สามารถช่วยตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์คนยุคดิจิตอลได้เป็นอย่างดี

1. สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง

Tablet รุ่นใหม่ๆสมัยนี้เค้าก็สามารถทำงานแบบหลายหน้าจอ (Multitask) เพื่อให้คุณดูหนังไปพร้อมๆกับการหาข้อมูลก็ยังได้ หรือว่าจะอยากเปิดใช้งานแอปฯ อื่นๆไปด้วยก็ได้ เชื่อเลยว่าจะช่วยให้คุณสะดวกต่อการทำงานมากจริงๆ

2. คล่องตัวกว่า

ด้วยดีไซน์บางเบา หน้าจอใหญ่ จับถนัดมือ พกพาไปไหนก็สะดวกจะทำงานตอนไหนเวลาไหนก็พร้อม ไม่ว่าจะประชุมย่อย นำเสนองาน แก้ไขงาน ก็ทำได้ง่ายมาก Tablet บางรุ่นก็ถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับการขีดเขียนและวาดได้ด้วยปาก S Pen เพื่อช่วยในการจดบันทึก, เขียนคำอธิบายประกอบอย่างละเอียด, และเพิ่มความสะดวกในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้อีกด้วย

Microsoft Tablet Surface Pro4.

3. ยกระดับการรับชมที่กว้างกว่า

พร้อมมอบประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์, ฟังเพลง หรือเล่นเกมส์ได้อย่างเต็มอิ่มทุกอารมณ์ด้วยหน้าจอที่กว้างกว่าใหญ่กว่า ที่สำคัญเสียงที่ได้ก็ใสกว่าดังกว่าสมาร์ทโฟนเห็นๆ

4. ใช้งานได้นานกว่า

นอกจากจะไม่ต้องแบกโน้ตบุ๊คหนักๆไปไหนมาไหนด้วยแล้วก็ยังสามารถหยิบขึ้นมาทำงานเมื่อไรก็ได้ ที่สำคัญก็ไม่ต้องคอยวิ่งหาปลั๊กไฟเพื่อเสียบสายชาร์จตลอดเวลา เพราะ Tablet นั้นมีความจุแบตเตอรี่เฉลี่ยสูงถึง 5,000 – 8,000 mAh จึงช่วยให้คุณทำงานได้ยาวนานขึ้น

5. อ่านหนังสือที่ไหนก็ได้

สำหรับคนที่รักในการอ่าน E-Book ชอบอ่านข่าวสารบ้านเมืองโน้นนี้เงี่ยน่าจะปลื้มนะ เพราะ Tablet สามารถตอบโจทย์ให้กับคนไลฟ์สไตล์คนแบบคุณได้เป็นอย่างดี ด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่อ่านได้เต็มจอ ตัวหนังสือชัดเจน นอกจากนั้นคุณก็ยังอ่านได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนอีกด้วย

เครดิต Banana IT

13

Jun

รวมข่าวเกมที่ Sony ที่ขนมาโชว์ใน E3 2017

Sony เปิิดตัวเกมมากมายเหลือเกินครับ ในงานแถลงข่าว E3 นับตั้งแต่ Spider-Man, God of War, Uncharted: The Lost Legacy และสุดเซอร์ไพรส์ กับการรีเมค (remake) เกมสุดคลาสสิกอย่าง Shadow of the Colossus หากมีการเปลี่ยนแปลง ทางแอดมินจะทำการรวบรวมข่าวให้เรื่อยๆนะครับ เอาละ ไปดูกันมีอะไรบ้าง

Destiny 2 – 8 กันยายน 2017

Cinematic Trailer: เปิดตัวด้วย CG Tralier

The Elder Scrolls V: Skyrim VR [PSVR]

Reveal Trailer: ที่จะนำผู้เล่นเข้าสู่โลกของ Elder Scrolls V ผ่าน Playstation VR เรียกได้ว่า คุณจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลก RPG แบบเต็มๆเลย

Horizon Zero Dawn: The Frozen Wilds [DLC] – COMING SOON 2017

Reveal Trailer: เกมสุด Exclusive ของ Playstation 4 ที่คราวนี้จะพาหนูน้อยเอวลอย (Aloy) ไปสู่ถิ่นทรกันดารที่เต็มไปด้วยหิมะ

God of War – Be A Warrior [PS4] – ต้นปี 2018

New Gameplay Trailer: ตบสนั่นให้ถึงเทพ การกลับมาครั่งยิ่งใหญ่ของพี่โล้นเกรียนเทพ ที่คราวนี้ได้เผยถึงเกมเพลย์ ที่ภาพสวยมากกกกก (แอดมินยังตะลึงอะ) นอกจากจะยังคงกลิ่นเดิมที่ฟันแหลก ยังมาพร้อมกับเนื้อหาสุดดราม่าของหนูน้อยที่เดินตามต่อยๆอีกด้วย

Monster Hunter: World [PS4,XBOX1] – ต้นปี 2018

Reveal Trailer: กริ๊ดโลกแตกเมื่อ Capcom ส่งนักล่าแย้ที่อัพเกรดทั้งภาพ ทั้งระบบ และจะมาในต้นปีหน้าอีกด้วย

Shadow of the Colossus – COMING SOON 2018

Reveal Trailer: การผจญภัยสุดคลาสสิกใน PS2 จะกลับมาบน PS4 อันนี้เป็น Footage ของ Fumito Ueda ที่รันบนคอนโซลของโซนี

Spider-Man – COMING SOON 2018

Gameplay Reveal Trailer: เกม Exclusive ของเหล่าแฟน Marvel อีกเกมที่เรียกความฮือฮาได้พอสมควร กับการปรบเหล่าแก๊ง The Demons เห็นภาพและเกมเพลย์ที่สวยงาม ก็อยากเล่นแล้ว

Uncharted: The Lost Legacy – 22 สิงหาคม 2017

Adventure Trailer: เกม Exclusive อีกเกมโดยคราวนี้ Nadine และ Chloe ต้องสำรวจสุสานโบราณและหลบหนีอย่างเงียบ ๆ (แต่ไม่น่าจะเงียบนะ)

จริงๆยังมีอีกเยอะ (เยอะมากครับ) ไว้จะทยอยอัพให้เรื่อยๆนะครับ ในโพสต่อไป เด๋วเย็นๆน่าจะเสร็จ 🙂

เอาของ UBISOFT ไปอ่านด้วยนะ 🙂

13

Jun

รวมข่าวแถลงจาก UBISOFT ในงาน E3 2017

การแถลงข่าวในงาน E3 ของปีนี้ ทาง UBISOFT เองก็กำลังดำเนินไป ซึ่งก็กำลังโชว์ภาพและทีเซอร์เกมใหม่ๆออกมาให้เห็นกันแล้ว วันนี้แอดมินเองก็เกาะติดอยู่เรื่อยๆ และจะทยอยอัพเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ได้ข่าวแว่วๆ เช่น Mario + Rabbids: Kingdom Battle, Assassin’s Creed: Origins, Beyond Good & Evil 2 และอื่นๆอีกมากมาย ปะ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. Mario & Rabbids: Kingdom Battle – เปิตตัววันที่ 29 สิงหาคม 2017 นี้ เฉพาะ Nintendo Switch นะจ๊ะ

การครอสโอเวอร์ของเกม Mario และ Rabbids ยืนยันด้วย Trailer แรกแล้วครับ โดยใช้ชื่อว่า Mario + Rabbids: Kingdom Battle ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวหลุดมาให้เห็นแล้ว

2. Assassin’s Creed: Origins – เปิดตัว 27 ตุลาคม 2017 (เปิด Pre-Order แล้ว)

การกลับมาของนักฆ่าผู้ยิ่งใหญ่ (เวอร์มะ) หลังจากหายหน้าไปทบทวนเกม 2 ปี คราวนี้กลับมาแล้วจ้า กลับมาในยุคเริ่มต้นของภารดอน และประวัติแรกเริ่มของภาคี Assassin’s Creed ทั้งนี้ภายในเกมยังเป็นแบบ Open World แบบของแท้กันเลย และยังรองรับระดับ 4K ใน XBOX ONE X และ PLAYSTATION 4 PRO ด้วย

3.The Crew 2 – เปิดตัว ปี 2018 บนแพลตฟอร์ม Xbox One, Xbox One X, PlayStation 4, PlayStation 4 Pro และ PC

The Crew 2 ภาคนี้นอกจากรถยนต์ แล้วยังมีเรือและเครื่องบินให้กระชากความมันส์ พร้อมกับแมพที่กว้างมากกก ดูได้จากในทีเซอร์

สมัครเพิ่อลองเล่น Beta ได้ที่ : http://ubi.li/ygcy7

4.South Park: The Fractured But Whole – Time to Take a Stand

ทีเซอร์ตัวใหม่ของ South Park: The Fractured But Whole ภาค Time to Take a Stand มีล้อเลียน เหล่า X-MEN ด้วย และวางจำหน่ายในวันที่ 17 ตุลาคม นอกจากนี้  Ubisoft ได้เปิดเผยเกมมือถือ South Park ใหม่ในช่วงปลายปีนี้ และแน่นอน เกมฟรีจ้า เป็นเกมการ์ดนะ

5.Skull & Bones – เปิดขายช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปี 2018 บนแพลตฟอร์ม Xbox One, PlayStation 4, และ PC.

UBISOFT เปิดตัวเกมใหม่ Skull & Bones เกมแนวโจรสลัด – เกมใหม่น่าจับตา ซึ่งเป็นเกมที่ผู้เล่นจะต้องป้องกันตัวเอง หรือร่วมมือกับผู้เล่นอื่นๆ ยิ่งใครที่เคยเล่น Assassin’s Creed IV อาจจะพบว่ามีแนวการเล่นคล้ายๆกัน

6.Transference – เปิดตัวฤดูใบไม้ผลิ ปี 2018

UBISOFT และ นักแสดงจาก The Lord of the Rings กำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างเกม VR ที่น่าสนใจนี้ในปี 2018 แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบข่าวอะไรมากนัก

7.Just Dance 2018 – เปิดตัว 26 ตุลาคม 2017 บนแพลตฟอร์ม Nintendo Switch, Wii U, Wii, Playstation 4, Playstation 3, Xbox One และ Xbox 360

เกมเต้นสุดมันส์ Just Dance 2018 ก็กำลังกลับมาแล้ว แน่นอน เดือนตุลาคมนี้ ทุกแพลตฟอร์มครับ

8. Starlink: Batte For Atlas – เปิดตัวใบไม้ร่วง 2018 บน Xbox One, Playstation 4 และ Nintendo Switch

9. Steep: Road to the Olympics Expansion [DLC ใหม่]

10.Far Cry 5 – เปิดตัว 27 กุมภาพันธ์ 2018 บนแพลตฟอร์ม PS4, Xbox One และ PC

หลังจากที่หลุดกันมาเยอะแยะกับเกม ตะโกนไกล 5 (Far Cry 5) – เกมเพลย์ใหม่นี้จะเห็นได้ว่า นอกจากจะกว้างมากกกก และมีทั้งเฝ้ายิง ซุ่มยิง และมีหมาน้อยอีกด้วย

11.Beyond Good & Evil 2

ในที่สุดก็ได้รับการเปิดเผยสักที กับเกม Beyond Good & Evil 2 ซึ่งเป็นผลงานติดตาม จาก Beyond Good & Evil ในปี 2003 โดยเหตุการณ์จะเกิดก่อนภาคแรก ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยวันเปิดตัว

Source : gamespot

12

Jun

เทียบสเปคกันไปเลย คอนโซลค่ายไหนแรงสุด!

หลังจาก Microsoft ได้เปิดตัว XBOX ONE X กันไปแล้ว คราวนี้แอดมินเลยไปหาข้อมูลสเปคของแต่ละเครื่องกันให้เปรียบเทียบกันไปเลย มาดูกันครับ ว่าเครื่องไหนแรงสุด

Xbox OneXbox One SXbox One XPlaystation 4PlayStation 4 SlimPlayStation 4 ProNintendo Switch
CPU1.75GHz 8-core AMD custom “Jaguar” CPU1.75GHz 8-core AMD custom “Jaguar” CPU2.3GHz 8-core AMD custom “Jaguar” CPU1.6GHz 8-core AMD custom “Jaguar” CPU1.6GHz 8-core AMD custom “Jaguar” CPU2.1GHz 8-core AMD custom “Jaguar” CPU1020MHz Nvidia custom Tegra SOC
GPUIntegrated AMD graphics clocked at 853MHz with 1.31 teraflops of performanceIntegrated AMD graphics clocked at 914MHzIntegrated AMD graphics with 6 teraflops of performanceIntegrated AMD graphics clocked at 800MHz with 1.84 teraflops of performanceIntegrated AMD graphics clocked at 800MHz with 1.84 teraflops of performanceIntegrated AMD Polaris graphics with 4.2 teraflops of performance768MHz (docked)/307.2MHz (undocked) Nvidia custom Tegra SOC
RAM8GB DDR38GB DDR312GB GDDR58GB GDDR58GB GDDR58GB GDDR54GB
ความจุ500GB (5,400rpm) hard drive, supports external hard drive storage500GB, 1TB, 2TB (5,400rpm) hard drive options, supports external hard drive storage1TB500GB (5,400rpm) hard drive. Storage drive can be swapped500GB (5,400rpm) hard drive. Storage drive can be swapped1TB32GB. Storage can be expanded via MicroSDXC card.
ขนาด13.1×10.8×3.1 inches11.6×8.9×2.5 inches11.8×9.5×2.4 inches12.1×10.8×2.0 inches11x10x1.5 inches12.8×11.6×2.1 inches4×6.8×2.1 inches/4×9.4x.54 inches (with Joy-Con attached)
น้ำหนัก7.8 pounds6.4 pounds8.4 pounds6.2 pounds4.6 pounds7.2 pounds.72 pounds/.87 pounds (with Joy-Con controllers attached)
สีBlackBlack and whiteBlackBlack or whiteBlackBlackBlack (Joy-Con controllers are also available in red/blue)
Optical DriveBlu-ray/DVD4K/HDR Blu-ray drive4K/HDR Blu-ray driveBlu-ray/DVDBlu-ray/DVDBlu-ray/DVDNA
NetworkingGigabit Ethernet, Wi-Fi A/B/G/N 2.4GHz and 5GHzGigabit Ethernet, Wi-Fi A/B/G/N/AC 2.4GHz and 5GHzGigabit Ethernet, 802.11ac dual band 2.4GHz and 5GHzGigabit Ethernet, 802.11 B/G/N, 2.4GHz, Bluetooth 2.1Gigabit Ethernet, 802.11 B/G/N/AC, Bluetooth 4.0

Gigabit Ethernet

802.11A/B/G/N/AC Wi-Fi, Bluetooth 4.0

Wireless LAN (IEEE 802.11 a/b/g/n/ac compliant) / Bluetooth 4.1 (TV mode only. A wired LAN connection is possible through the use of a commercially available wired LAN adapter.)
Internet SubscriptionXbox Live required to play onlineXbox Live required to play onlineXbox Live required to play onlinePS Plus required to play onlinePS Plus required to play online

PS Plus required to play online

Nintendo Switch Online Service required to play online
PortsPower, HDMI in, HDMI out, 3x USB 3.0, S/PDIF, Kinect port, IR outPower, HDMI 2.0a in, HDMI 2.0a out, 3x USB 3.0, S/PDIF, IR outPower, HDMI 2.0a in, HDMI 2.0a out, 3x USB 3.0, S/PDIF, IR outHDMI, analog-AV out, 2xUSB 3.0, AUX, S/PDIFHDMI, analog-AV out, 2xUSB 3.1, AUX

HDMI, 3x USB 3.1, 1x Gigabit Ethernet, 1x PS Camera

Game Card, Audio Jack, SD card slot, USB-C, HDMI out, 2x USB port (on dock)
Integrated DisplayN/AN/AN/AN/AN/A

N/A

6.2-inch 1280×720 resolution multi-touch capacitive display
4K SupportNoYes (video playback only)YesNoNo

Yes

No
HDR SupportNoYesYesYesYes

Yes

TBC
วันที่เปิดขายNovember 22, 2013August 2, 2016November 7, 2017November 15, 2013September 15, 2016

November 10, 2016

March 3, 2017
ราคาเปิดตัว$499.99$299.99 (500GB), $349.99 (1TB), $399.99 (2TB)$499.99$399.99$299.99

$399.99

$299.99

อ่านสักหน่อย จะแนะนำว่าอันไหนดี ->

แล้วคอนโซลตัวไหนแรงสุด ?

แน่นอนว่า ของใหม่อย่าง XBOX ONE X นั้นจะแรงที่สุด แต่เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้ถึงวันที่วางกำหน่าย ด้วยประสิทธิภาพสูงสุดของการทำงานถึง 6 teraflops แต่หากนับในช่วงเวลานี้ ก็ยังคงเป็นของ Playstation 4 Pro ที่ให้ประสิทธิภาพ 4.2 teraflops

แล้วคอนโซลตัวไหนจุได้มากสุด ?

แน่นอนว่าเป็น Xbox One S รุ่น 2TB แต่เป็นที่รู้กันดีว่า PlayStation 4 ตอนนี้สามารถเปลี่ยนไดร์ฟในการเก็บข้อมูลได้ ซึ่ง XBOX นั้นไม่สามารถทำได้ ในขณะที่ Nintendo Switch เองก็สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ผ่านช่องเสียบการ์ด MicroSDXC

แล้วคอนโซลไหนหนักที่สุด ?

ด้วยสเปคที่สูงของ XBOX ONE X นั้น จึงทำให้เป็นคอนโซลที่หนักที่สุด ถึงจะกะทัดรัด แต่ก็หนังถึง 8.4 ปอนด์ (ประมาน 3.72 กิโลกรัม)

Source : gamespot

12

Jun

WordPress 4.8 Evans เวอร์ชั่นใหม่ออกแล้วจ้าาาา

WordPress เวอร์ชั่น 4.8 ล่าสุดแบบเป็นทางการแล้ว โค้ดเนม Evans ซึ่งมาจากศิลปินแจ๊ส William John “Bill” Evans มีรายการเปลี่ยนแปลงและของใหม่ที่สำคัญดังนี้

  • Link Boundaries ทำให้การแก้ไขลิงก์ข้อความทำได้สะดวกมากขึ้น
  • ปรับปรุง Widget รูปภาพ, วิดีโอ, เสียง, Rich Text ให้ใช้งานง่ายขึ้น
  • เพิ่มกิจกรรมของ WordPress ในหน้า Dashboard

สามารถดาวน์โหลดและติดตั้ง WordPress 4.8 ได้แล้วที่ https://wordpress.org/download/

12

Jun

XBOX ONE X เผยสเปคแล้ว! เปิดขายทั่วโลก 7 พฤศจิกายนนี้

ไมโครซอฟท์เปิดเผยในงานแถลงข่าว Xbox E3 เมื่อวันอาทิตย์แล้ว บริษัท จะปล่อยคอนโซล XBOX ONE X ตัวใหม่ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ทั่วโลก ซึ่งจะมีราคา US $ 499

XBOX ONE X รุ่นใหม่มี GPU Teraplop 6 Teraflop ที่ความเร็ว 1.172 Ghz
หน่วยความจำ GDDR5 12GB และแบนด์วิดท์หน่วยความจำ 326GB / s
คอนโซลรองรับการเล่นดิสก์ Blu-ray 4K UHD และจะมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว

ทั้งนี้ Xbox One X จะมีฟิวเจอร์ฟรีๆ สำหรับเกม Final Fantasy XV และ Resident Evil 7

นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังประกาศถึงโครงการ Backward Compatibility ว่าจะขยายไปรองรับเกมถึง Xbox รุ่นแรกเลยด้วย

10

Jun

ค่าจ้างทำเว็บ ทำไมถึงแพงเป็นหมื่นบาท สาเหตุมาจากอะไร อธิบายกันแบบละเอียด

ค่าจ้างทำเว็บ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่ผู้จ้าง จะตัดสินใจ จ้างให้บริษัทไหน ทำเว็บไซต์ให้ แน่นอนว่า เป็นใคร ก็ต้องเลือกจ้าง บริษัทที่ เสนอราคามาต่ำที่สุด แต่สิ่งที่ผู้จ้างไม่รู้ก็คือ เรื่องของการทำเว็บไซต์ ค่าจ้างถูก ใช่ว่าจะได้เว็บที่มีคุณภาพดีเสมอไป ทุกบริษัท เค้าก็ต้องทำงาน หวังผลกำไรกันทั้งนั้น แล้วเว็บที่ทำมาด้วยงบประมาณถูกๆ จะมีคุณสมบัติดีได้อย่างไร ยิ่งในปัจจุบัน คนทำเว็บที่เก่งจริงๆ มีอยู่ไม่มาก ส่วนใหญ่ ก็ทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลาง คอยรับงานมา แล้วเอาไปจ้างฟรีแลนซ์ ฟันกำไรส่วนต่างกันทั้งนั้น การจ้างทำเว็บไซต์ จึงไม่ควรเลือกราคาที่ถูกที่สุด แต่ควรพิจารณเลือกที่ คุณภาพของบริษัท ที่มารับทำมากกว่า สำหรับค่าจ้างทำเว็บไซต์ อย่างของแอพเทพ ก็มีบางท่าน ที่ว่าแพง บางท่านที่ว่าถูก จะอย่างไรก็แล้วแต่ เพื่อให้ชัดเจน ผมก็จะอธิบายให้ทุกท่านได้เข้าใจกันว่า ทำไมค่าจ้างทำเว็บไซต์ มันถึงมีราคาแพง

ทำไม ค่าจ้างทำเว็บ ถึงได้แพงมาก ถึงหลักหมื่นบาท?

ส่วนประกอบสำคัญ ที่ทำให้ค่าทำเว็บ มันมีราคาแพงมากถึง หลักหมื่นบาทก็คือ ระบบ และความซับซ้อนของเว็บ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มันก็มาจากความต้องการของผู้จ้างนั่นแหละครับ ถ้าผู้จ้าง ไม่ได้ต้องการระบบที่ซับซ้อนอะไรมากมาย ค่าทำมันก็จะไม่แพงหรอกครับ แต่เพื่อให้เห็นภาพ ผมจะเอามาอธิบายกันทีจะส่วนประกอบเลยดีกว่านะครับ

ระบบของเว็บ ตามความต้องการของผู้จ้าง ( User Requirements ) ตรงนี้คือหัวใจหลัก ที่ทำให้เกิดค่าจ้างทำเว็บไซต์ที่ถูก หรือแพง เพราะมันเป็นตัวกำหนดว่า เว็บที่ผู้จ้างต้องการนั้น เป็นเว็บประเภทไหน เช่น ระบบตะกร้าสินค้า, ระบบลงทะเบียนเก็บเข้าไปในฐานข้อมูล, ระบบปฏิทิน, ระบบแจ้งนัด, ระบบจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ท, ระบบ Booking สำหรับบริษัทท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย ระบบต่างๆ เหล่านี้แหละครับ ที่จะทำให้ราคาค่าจ้าง มีความแตกต่างกันไป เพราะมันต้องใช้ทักษะในการปรับแต่ง แตกต่างกันไป ตามความยากง่ายครับ ถ้าง่ายก็คิดค่าจ้างไม่แพง แต่ถ้ายาก ค่าจ้างก็จะต้องแพงขึ้นไป ตามระดับความยากอย่างแน่นอน

ค่าธีมแบบหรูหรา ระดับพรีเมี่ยม ( Premium Theme ) มีลูกค้าบางท่าน สงสัยว่า ทำไมผมไม่เขียนธีม หรือทำเว็บขึ้นมาจากศูนย์ ( Make it from scratch ) คำตอบก็คือ ถ้าผมเขียนขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ ผมก็ต้องคอยมานั่งแก้ไข อุดช่องโหว่ หรือแก้บัก ( Bug ) หรือข้อบกพร่องต่างๆ ให้กับลูกค้าตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็แปลว่า ลูกค้าต้องผูกพันเป็นรายเดือนกับผมไปตลอด แล้วลองคิดดูนะครับ ถ้าผมต้องทำเว็บ 100 เว็บ ที่แตกต่างกัน ให้กับลูกค้า 100 คน ผมจะต้องจำโค้ด และแก้ไขตลอดเวลาทั้งปีเลยนะครับ แต่ถ้าผมเลือกซื้อพรีเมี่ยมธีม ให้กับลูกค้าที่มาจ้างทำเว็บ ลูกค้า เค้าก็จะได้รับสิทธิ์ในการดูแล จากบริการหลังการขาย ของบริษทผู้ผลิตธีมพรีเมี่ยมนั้นๆ ไปตลอด 1 ปีเต็ม (บางราย ดูแลแค่ 6 เดือน) คอยปล่อยตัวอัปเดต และแก้ไขปัญหาให้ตลอด โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ลูกค้าก็สามารถดูแลด้วยตัวเองได้ โดยติดต่อโดยตรง กับบริษัทเจ้าของธีม ( ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ) ทางอีเมล โดยไม่ต้องผ่านผมให้วุ่นวาย แบบนี้ ไม่ดีกว่าเหรอครับ?

ค่าเขียนโค้ด ในการปรับแต่ง ให้เข้ากับความต้องการของผู้จ้าง ถึงแม้จะเป็น Premium Theme แต่อย่าลืมว่า มันเป็นของต่างประเทศ ดังนั้น ภาษาของมันจึงเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเมนูต่างๆ หรือข้อความต่างๆ ซึ่งก็ต้องมาเขียนโค้ดแก้ไข ปรับแต่งให้เป็นภาษาไทย รวมทั้งต้องปรับแต่ง ให้เข้ากับ ระบบที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย ค่าแรงตรงนี้ มันต้องใช้ความสามารถใจการทำสูงมาก เป็นงานฝีมือ ต้องใช้ประสบการณ์ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ จึงมีราคาแพง แต่ถ้าลูกค้า ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย งานไม่ซับซ้อน ค่าแรงในส่วนนี้ ก็จะถูกปรับลงมาให้ถูกลง ตามเนื้องานที่ได้ลงมือทำจริงๆ

ค่าปรับแต่งเนื้อหา และนำเข้าสู่หน้าเว็บ อันนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรซับซ้อน ผู้จ้างก็น่าจะทำเองได้ ซึ่งมันก็จริงครับ แต่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ในเรื่องของผลงานที่จะออกมา เพราะการนำเข้าข้อมูล จะต้องมีการปรับแต่ง Content ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือลิงค์ต่างๆ เพื่อให้มีความรวดเร็วในการแสดงผล ในทุกหน้าจอของทุกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า Responsive Style ตรงนี้ ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ และความชำนาญอีกเช่นกัน แต่ค่าแรงในส่วนนี้ จะไม่แพงอะไรมาก

ค่า Web Hosting หรือ พื้นที่ทำเว็บ กับโดเมน ผมจะไม่เอามาพูดถึงนะครับ เพราะราคาค่าเช่ามันถูกมากๆ ( ค่าเช่ารายปี )

การทำเว็บ เป็นงานที่ต้องใช้ทักษะ ประสบการณ์ และความชำนาญ เป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้เว็บไซต์ ที่มีคุณภาพสูง มีความเร็ว ความปลอดภัย และความสวยงาม ดังนั้น ค่าจ้าง ก็ต้องสูงเป็นธรรมดา

ค่าจ้างทำเว็บ ไม่มีมาตรฐานตายตัว แต่อย่างที่ผมบอกไปแล้ว มันขึ้นอยู่กับ ความยากง่าย และความต้องการของผู้จ้าง ถ้าผู้จ้าง ไม่เรื่องมาก เน้นคุณภาพในเรื่องการทำ SEO อย่างเดียว ไม่เน้นความสวยงามอะไรมากมาย ระบบก็ขอเป็นระบบมาตรฐานทั่วไป แบบนี้ราคาก็แค่ไม่กี่พัน ( ไม่เกิน 5,000 บาท ) แต่ถ้าผู้จ้าง ต้องการสวยๆ ลูกเล่นเยอะๆ แบบนี้ก็ต้องใช้ Premium Theme ที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งก็ต้องมีราคาแพง แล้วยังต้องมาเขียนโค้ดเพิ่มเติม เพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการอีก ราคาโดยรวม มันก็เลยแพงเป็นหลักหมื่นบาทครับ